การยึดทรัพย์เมื่อเป็นหนี้ ตอนที่ 1

การยึดทรัพย์เมื่อเป็นหนี้ ตอนที่ 1

แนะ ความเข้าใจเกี่ยวกับการยึดทรัพย์เมื่อเป็นหนี้ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต ตอนที่ 1

   คาดว่าคงมีหลายๆคนกำลังนั่งกุมขมับกันอยู่ตอนนี้ เมื่อตัวเองนั้นกำลังได้เป็นหนี้พวกบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตอยู่ แล้วยิ่งพอเรื่องขึ้นถึงโรงถึงศาล พอได้ยินคำพูดที่เกี่ยวกับ การยึดทรัพย์สิน ยิ่งเป็นชนวนให้ยิ่งคิดมากเข้าไปใหญ่ วันนี้เราจะได้รวบรวมข้อมูลที่คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับคนที่เป็นหนี้บัตรกดเงินสด หรือ บัตรเครดิตอยู่ ณ ตอนนี้ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจกับเรื่อง การยึดทรัพย์ได้อย่างถูกต้องนะครับ

⒈ เราจะโดนยึดทรัพย์ตอนไหน

การยึดทรัพย์ ในกรณีที่เรานั้นเป็นหนี้ บัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตนั้น การยึดทรัพย์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเจ้าหนี้ (ผู้ที่ออกบัตรกดเงินสด หรือ บัตรเครดิตให้เรานั้นเอง) ชนะในคดีแพ่งนี้ และฟ้องเรียกหนี้จากเรา และตัวเราเองนั้นในฐานะที่เป็นจำเลย ไม่ยอมที่จะไปชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ ภายในระยะเวลาในกำหนดที่ศาลได้ออกคำพิพากษาออกมา ซึ่งศาลนั้นจะออก “หมายบังคับคดี” ให้ทำการยึดทรัพย์สินของลูกหนี้นั้นเองครับ ซึ่งเมื่อมีหมายบังคับคดีตัวนี้ออกมาแล้วเนี่ย เจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดีนั้น เขาก็จะเข้ามาเพื่อทำหน้าที่ยึดทรัพย์ของเราต่อไปครับ โดยที่ทรัพย์สินของเราที่ได้ถูกยึดไปนั้น ทางเจ้าพนักงานบังคับคดีของกรมบังคับคดีนั้นจะนำทรัพย์สินของเราที่ได้ทำการยึดไปยื่นคำขอต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งในการขายทอดตลาด เพื่อที่เขาจะได้นำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินเหล่านั้นมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ซึ่งก็คือผู้ที่ออก บัตรกดเงินสด หรือ บัตรเครดิตตามคำพิพากษาต่อไปครับ

⒉ ทรัพย์สินของเราที่อยู่นอกประเทศนั้นจะโดนยึดด้วยหรือเปล่า

ถ้าหากเกิดกรณีที่ว่าเราในฐานะที่เป็นจำเลยตามคำพิพากษาให้ถูกยึดทรัพย์นั้น มีทรัพย์สินอยู่ที่ต่างประเทศ ยกตัวอย่างเช่น เรามีเงินฝากอยู่ที่บัญชีต่างประเทศ หมายบังคับคดีที่ออกมาเพื่อยึดทรัพย์ของเรานั้นจะไม่มีผลในต่างประเทศครับผม นั้นก็เพราะว่า ประเทศไทยของเรานั้นไม่ได้เป็นคู่สัญญา หรือภาคีในอนุสัญญาต่างตอบแทนเพื่อการบังคับคดีระหว่างประเทศใดๆนั้นเองล่ะครับ ซึ่งถ้าหากว่าเจ้าหนี้ซึ่งในที่นี้ก็คือผู้ออกบัตรกดเงินสด กับบัตรเครดิต ต้องการที่จะยึดทรัพย์สินของเราที่อยู่ในต่างประเทศ ทางเจ้าหนี้เองนั้นจะต้องทำการฟ้องเป็นคดีใหม่ ในประเทศที่เราได้มีทรัพย์สินอยู่นั้นเองครับ ซึ่งจะเพิ่มความยุ่งยากมากมายให้กับทางด้านเจ้าหนี้เอง

⒊ มีทรัพย์สินอะไรของเราที่สามารถจะทำการยึดได้บ้าง

ซึ่งการยึดในที่นี้จะหมายความรวมกว้างๆว่า การกระทำใดๆ ต่อทรัพย์สินของบุคคลที่ถูกยึดเพื่อให้ทรัพย์สินเหล่านั้น ได้เข้ามาอยู่ในความควบคุม และดูแล หรือครอบครองของผู้ที่ดำเนินการยึดทรัพย์ และในส่วนของคำว่า อายัด นั้น จะหมายความรวมกว้างๆได้ว่า การที่สั่งให้บุคคลที่ถูกอายัดทรัพย์สิน หรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน หรือสามารถทำนิติกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเหล่านั้น หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดเอาไว้นั้นเอง ด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างของทรัพย์สินที่ลูกหนี้สามารถโดนยึด หรือถูกอายัดได้ตามกฎหมาย ครับเช่น

- เงินที่เป็นเงินค่าชดเชย หรือเงินที่เป็นเงินค่าตอบแทนจากการออกจากงาน ซึ่งเงินเหล่านี้เจ้าหนี้ผู้ที่ออกบัตรกดเงินสด หรือบัตรเครดิตที่เราไปเป็นหนี้นั้น สามารถที่จะยึดได้เต็มจำนวน

- เงินเดือน ในส่วนที่เป็นเงินเดือนนี้ สำหรับลูกหนี้ที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชน หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ซึ่งมีรายได้ตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปนั้น เจ้าหนี้จะสามารถอายัดเงินเดือนได้ไม่เกิน 30% (ซึ่งโดยหลักๆแล้ว การคำนวณจะมาจากจำนวนเงินก่อนที่จะหักค่าใช้จ่ายต่างๆเช่น ภาษี ประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น) โดยที่ซึ่งเมื่อเจ้าหนี้ผู้ที่ออกบัตรกดเงินสดให้เราอายัดแล้ว ต้องต้องเหลือเงินให้ลูกหนี้เพื่อการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ต่ำกว่า 10,000 ด้วย และถ้าหากว่าตัวลูกหนี้เองนั้น มีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นมากๆเช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูบุตรหลาน ตัวลูกหนี้ ก็สามารถที่จะนำหลักฐานเพื่อไปยื่นขอลดหย่อนเพื่อให้เจ้าหนี้ลดจำนวนที่จะอายัดได้นะครับ

- เงินที่มาจากเบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา หรือรายได้จากทางอื่นๆที่มาในลักษณะที่ว่า จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานเป็นครั้งเป็นคราว ยกตัวอย่างเช่น ค่าคอมมิชชั่น ซึ่งเงินในส่วนนี้นั้น เจ้าหนี้จะสามารถอายัดได้ใน 30 % ของจำนวนที่มีสิทธิที่จะได้รับครับ

- เงินที่มาจากโบนัส เงินที่มาจากในส่วนนี้นั้น เจ้านี้จะสามารถอายัดได้ไม่เกิน 50% ของจำนวนที่มีสิทธิที่จะได้รับครับ

- ทรัพย์สินมีค่าพวก เครื่องประดับ ยกตัวอย่างเช่น สร้อยคอ นาฬิกา แหวนเพชร และทรัพย์สินอื่นๆที่ไม่ได้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ของสะสมที่มีมูลค่า มีราคา

- บ้าน และที่ดิน ถึงแม้ว่าจะติดจำนองอยู่เจ้าหนี้ก็สามารถที่จะยึดได้

- รถยนต์ที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้แล้วนั้น และไม่ได้เป็นเครื่องมือที่จะเป็นต่อการหาเลี้ยงชีพ แล้วนั้น สามารถยึดได้ครับ

- ทรัพย์สินที่เป็นการลงทุนทั้งหมด เช่น หุ้น ตราสารหนี้ กองทุน สามารถที่จะยึดได้หมดครับ

- บัญชีที่เป็นเงินฝาก และที่เป็นเงินปันผลนั้น เจ้าหนี้สามารถที่จะอายัดได้เต็มจำนวนครับ

วันนี้เราฝากความรู้กันไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวครั้งหน้า เรามาดูกันต่อว่า ยังมีข้อมูลที่เหลืออะไรอีกที่เราควรจะต้องรู้ครับ