บัตรกดเงินสด นำมาต่อยอดธุรกิจ

บัตรกดเงินสด นำมาต่อยอดธุรกิจ

บัตรกดเงินสด นำมาต่อยอดธุรกิจดีไหม

   ในวันเวลาที่สังคมไทยเริ่มตื่นตัวและเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเข้าสู่สังอาเซียน และรองรับ AEC ที่ใกล้เข้ามาจ่อประตูบ้านแล้ว ในการพัฒนาและเรียนรู้นั้นไม่ใช้เพียงการอ่านหนังสือ แต่คือการลงมือทำตามความฝันที่ตนเองได้สร้างไว้ และทำให้สำเร็จ แต่ปัจจัยที่จะนำเราไปสู่สิ่งที่ฝัน คือ เงิน หากปราศจากสิ่งนี้ ก็คงยากที่จะไปถึง เพราะเงินจะเป็นผู้ช่วยในการเริ่มต้นธุรกิจและขยายธุรกิจ เนื่องจากในปัจจุบันการนั่งทำงานออฟฟิตรับเงินเดือน เพียงอย่างเดียวคงไม่พอกับรายจ่ายที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละเดือน เช่น ค่านํ้า ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเทอมลูก และอื่นๆ จึงเป็นเหตุให้หลายคนเริ่มมองหาอาชีพเสริม ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน Part time หรือ ทำธุรกิจส่วนตัว โดยในส่วนของธุรกิจส่วนตัวที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน คือ ขายเครื่องสำอางค์ และเสื้อผ้า ออนไลน์

ธุรกิจส่วนตัวประเภทนี้เป็นธุรกิจที่สามารถทำได้ในเวลาว่างหลังจากเลิกงาน เพียงใช้ช่องทางออนไลน์ในการติดต่อสื่อสาร รับออเดอร์จากลูกค้าผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, หรือ บนหน้าเว็บไซต์ เมื่อความนิยมทำธุรกิจระหว่างทำงานประจำ กำลังเป็นที่นิยม จึงมีการแข่งขันกันดุเดือด มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าใหม่ๆเข้ามาให้ลูกค้าได้เลือกสรรก่อน หรือแม้แต่การสต็อกสินค้าไว้เพื่อที่จะสามารถจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้กระทั่งเพิ่มกำลังการผลิตที่มากขึ้น สิ่งนี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เมื่อค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นรายได้กลับไม่เพิ่มขึ้นตามในบางเดือน จึงต้องหมุนเงินเก็บมาสำรองจ่าย แต่เมื่อเงินเก็บหมดจะทำอย่างไร จึงหันไปพึ่งสินเชื่อจากสถาบันการเงิน แต่จะขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้นก็ยาก เพราะไม่มีหลักคํ้าประกัน แม้แต่ทะเบียนบริษัทก็ไม่มี จึงพึ่งตัวเลือกสุดท้าย คือ บัตรกดเงินสด

วิธีคิดที่จะนำเงินสดจากบัตรกดเงินสดมาใช้นั้น อาจจะถูกและก็ไม่ถูกต้องในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

- บัตรกดเงินสด เป็นบัตรที่ลูกค้าสามารถทำการถอนเงินสดออกมาได้ตามวงเงินที่สถาบันการเงินได้อนุมัติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะอนุมัติวงเงินไม่เกิน 5 เท่า ของรายได้ หมายความว่า วงเงินที่ได้รับอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการนำเงินสดจากบัตรกดเงินสดมาเสริมสภาพคล่องในธูรกิจส่วนตัว เพราะเหตุใดที่กล่าวเช่นนี้ บัตรกดเงินสดจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 28% ต่อปี และมีทำการกดเงินสดออกมา จะมีการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบรายวัน นับตั้งแต่วันที่ได้ทำการกดเงินสดออกมา จนกว่าจะมีการชำระคืน

เห็นหรือยังว่าการกดเงินสดออกมาจากบัตรกดเงินสดอาจจะช่วยแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ แต่สิ่งที่ตามมาคืออัตราดอกเบี้ยที่จะเป็นเสมือนเงาตามตัวไปจนกว่าจะเคียร์เงินหมด และคุณมั่นใจได้อย่างไรว่าหากคุณกดเงินสดออกมาในเวลานั้นแล้วรายได้จากการขายสินค้าของคุณจะเพิ่มขึ้นและมีเงินนำมาชำระค่าบัตรกดเงินสดได้

ก่อนที่จะคิดนำบัตรกดเงินสดมาใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องในธุรกิจควรทำการตรวจสอบองค์ประกอบเหล่านี้ก่อน

- ตรวจเช็คว่าคุณมีรายได้เท่าไหร่จากการชายสินค้าในแต่ละช่วงของเดือน เพื่อดูว่ารายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนแล้ว เพียงพอสำหรับชำระค่าบัตรกดเงินสดหรือไม่ เพราะหากรายได้เมื่อหักรายจ่ายแล้ว ไม่เพียงพอกับจำนวนเงินที่คุณจะกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด คุณควรหยุดความคิดนี้ก่อน เพราะแน่นอนว่าเมื่อคุณกดเงินสดออมา แต่คุณไม่มีรายได้พอจะชำระค่าบัตรกดเงินสด คุณจะต้องชำระแบบขั้นตํ่าหรือบางส่วน และสิ่งที่จะตามมาก็คือหนี้ที่เพิ่มขึ้นแบบรายวันจากอัตราดอกเบี้ยที่ถูกคำนวณแบบรายวัน

- ตรวจสอบช่องทางอื่นของการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินแทนการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด ในปัจจุบันหลายสถาบันการเงินเปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาสามารถที่จะทำการขอสินเชื่อเงินสดแบบก้อนได้ ซึ่งจะเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินสด และยังสามารถแบ่งผ่อนชำระได้ตามระยะเวลาที่นานขึ้น พร้อมกับดอกเบี้ยที่ตํ่า และเงื่อนไขในการขอสินเชื่อประเภทบุคคลสามารถขอได้ทันที ตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 2-5 เท่าของรายได้

- ในกรณีที่ไม่สะดวกใจที่จะไปขอสินเชื่อส่วนบุคคลกับทางสถาบันการเงิน เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับอนุมัติ และได้รับวงเงินน้อย ยังคงมีอีกวิธีการคือ การนำรถยนต์ไปแลกเป็นเงินสด วิธีนี้ถือเป็นวิธีสุดท้ายจริงๆ เพราะรถยนต์มีราคาที่สูง และการอนุมัติจะได้รับวงเงินสินเชื่อรถแลกเงินที่สูงกว่าการขอสินเชื่อเงินสดแบบก้อน แต่อัตราดอกเบี้ยที่ต้องชำระก็จะสูงกว่าปรกติ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงินจะทำการกำหนด

จากที่กล่าวมาทั้งหมด เพื่อชี้ให้เห็นว่า การทำธุรกิจและเกิดการขาดสภาพคล่องในการเงิน ไม่ควรที่จะทำการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสด เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถแก้ไขสภาพคล่องด้านการเงินได้ โดยไม่ต้องพึ่งบัตรกดเงินสด เช่น การขอสินเชื่อส่วนบุคคลโดยตรงจากสถาบันการเงิน ที่อนุมัติวงเงินตามที่ขอ และมีอัตราดอกเบี้ยที่ตํ่ากว่า พร้อมกับระยะเวลาที่สามารถชำระคืนได้ยาวนานกว่า ซึ่งจะสูงถึง 5 ปี นี้จึงเป็นสาเหตุว่าทำบัตรกดเงินสดไม่ใช่บัตรที่เหมาะสมจะนำมาใช้เพื่อทำธุรกิจ จะกล่าวแบบหักหาญความรู้สึกก็ต้องขออภัย แต่ถ้าคุณคิดว่าธุรกิจหรืองานอดิเรกที่คุณทำมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ และมั่นใจว่ากดเงินสดจากบัตรกดเงินสดออกมาแล้วไม่เดือดร้อน สามารถนำเงินมาชำระคืนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ก็สามารถที่จะทำได้ แต่ถ้าวันใดที่คุณเริ่มที่จำชำระหนี้ไม่ไหวแล้ว ควรทำการรีบติดต่อกับทางสถาบันการเงิน เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือขอแบ่งชำระตามเงื่อนไขที่สถาบันการเงินได้กำหนดไว้ เพราะหากปล่อยให้ดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ก็จะยิ่งทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ทางออกที่ดีที่สุดกว่าการจะนำเงินสดจากบัตรกดเงินสดมาใช้ คือ การทำธุรกิจแบบพอดีกับเงินทุนที่มี เช่น มีเงินทุน 10,000 บาท ก็ควรลงทุนซื้อสินค้าเข้ามาในร้านไม่เกิน 5,000 บาท เพื่อที่จะเก็บเงินอีก 5,000 บาท ไว้สำหรับเป็นค่าจัดส่ง และซื้อสินค้ามาเพิ่มเติมในกรณีที่สินค้าบางตัวหมดและมีความต้องการสูงของลูกค้า การสต๊อกสินค้าไม่จำเป็นต้องนำเงินทั้งหมดไปซื้อมาเก็บไว้ แต่ต้องดูว่าสินค้าตัวไหนมีความต้องการสูง สินค้าตัวไหนมีความต้องการตํ่า หากตัวไหนมีความต้องการสูงจึงค่อยเพิ่มปริมาณการสต๊อกเก็บไว้ เมื่อการค้าดำเนินการไปได้ดี ก็สามารถที่จะเริ่มขยับขยายนำสินค้าอื่นๆมาขายเพิ่มเติมได้ กล่าวเสริมจากข้างต้น การเริ่มธุรกิจในปัจจุบัน สามารถเริ่มต้นจากการโฆษณาสินค้าของตนเองผ่าน Social Media ต่างๆ ที่ให้บริการฟรีอย่าง Facebook ที่คุณสามารถสร้างหน้าเพจเพื่อขายสินค้า และวง่ายต่อการเข้าถึงของลูกค้า พร้อมกับการเลือกสินค้าผ่านคลังรูปต่างๆที่คุณโพส จะเห็นว่าช่องทางนี้กำลังเป็นที่นิยม เพราะจำนวนผู้คนในปัจจุบันต่างวนเวียนอยู่ในโลกโซเชี่ยว จึงนิยมที่จะซื้อสินค้าออนไลน์ มากกว่าการไปเดินเลือกซื้อเอง ประหยัดเวลา แต่สิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ คือ จะต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ความลูกค้า ในด้านของคุณภาพสินค้าที่จะต้องเป็นไปตามที่โฆษณาและตรงกับรูปที่ได้โพสไว้ อีกทั้งจะต้องจัดส่งสินค้าตามระยะเวลาที่ได้บอกกล่าวกับลูกค้าไว้ด้วย

ท้ายที่สุดแล้วการทำธุรกิจเสริมจึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีบัตรกดเงินสด เพราะเริ่มได้จากเล็กและขยายไปเรื่อยๆ การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากใหญ่ และเริ่มจากวิธีคิดที่ใหญ่แต่เริ่มลงมือจากเล็กๆ จึงจะประสบความสำเร็จ